|
งานทำให้อ้วนรึเปล่า?
บางครั้งกับดักทำให้น้ำหนักเกินของเรานั้นก็เจอะเจอได้ในที่ทำ งานนี่แหละ ลองมาฟังและหาทางเลี่ยงกันดีกว่า
-ไม่กินอาหารเช้า
เวลานาฬิกาปลุกดังทุกเช้าก็ชวนให้ อยากนอนต่ออีกสัก 10 นาทีละสิ แต่ถ้าการนอนเพิ่มต้องแลกกับการอดกินอาหารเช้าเพื่อสุขภาพดีล่ะก็ คุณกำลังทำผิดพลาดเรื่องดีๆ เรื่องแรกประจำวันไปแล้วล่ะ
การงดอาหารเช้าไม่เพียงแต่จะทำให้การเผาผลาญพลังงานเชื่องช้าลงเท่านั้น แต่การศึกษาหลายอย่างรายงานว่าคนที่งดอาหารเช้าจะตัวหนักกว่าคนที่กินอาหาร เช้าสม่ำเสมอ
และมีข้อเท็จจริงว่าการงดอาหารเช้านั้นจะยิ่งทำให้คุณอยากเอื้อมมือไปหยิบ ของว่างที่มีน้ำตาลและไขมันเพียบอย่างเช่นมัฟฟินขนาดยักษ์ หรือกับขนมปังมากินเพื่อกระตุ้นระดับน้ำตาลในเลือดมากขึ้น และจะส่งผลทำให้ระดับพลังงานประจำวันไม่คงที่สร้างนิสัยการกินที่ไม่ดี ไม่เหมาะกับการรักษาสุขภาพ และแน่นอนว่าจะยิ่งทำงานอย่างขาดประสิทธิภาพอีกด้วย
วิธีจัดการต้องกินอาหารเช้าให้เป็นนิสัย ห้ามพลาด เพราะอาหารเช้าจะเพิ่มความตื่นตัวและมีสมาธิ ช่วยให้คุณรักษาหุ่นได้ดี ดังนั้นลุกขึ้นจากที่นอนให้เร็วกว่าเวลาตื่นปกติอีกสัก10 นาที หรือเตรียมอาหารเพื่อสุขภาพเอาไว้ตั้งแต่ตอนกลางคืนจะได้พกไปกินในที่ทำงาน ด้วย ซึ่งทางเลือกที่ดีคือหาอาหารเช้าที่เก็บไว้ในทำงาน ถ้าท้องยังไม่รับอาหารเช้าแบบเป็นเรื่องเป็นราวได้ก็ให้ลองอาหารเช้าแบบของ เหลว หรือกล้วย แล้วกินของมีเนื้อมีหนังหน่อยตอนสายๆ
- ความเครียด
ความเครียด เรื่องงานสามารถนำไปสู่น้ำหนักตัวที่เพิ่มได้ในหลายๆ ทางเลยเชียวล่ะ ประการแรกคือทางชีวภาพ เวลาเรารู้สึกถึงอันตรายร่างกายของจะเข้าอยู่ในสภาพ“สู้หรือถอย” แล้วก็จะหลั่งฮอร์โมนเครียดออกมาในกระแสเลือด รวมทั้งคอร์ติซอล อดรีนาลีน และนอรพินีฟรีน ซึ่งฮอร์โมนเหล่านี้เมื่ออยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องกันก็จะไปเพิ่มระดับ กลูโคลสกับอินซูลิน ซึ่งไปกระตุ้นการเก็บกักไขมัน อีกทั้งความเครียดยังทำให้น้ำหนักเพิ่มจากการกินเพื่อปลอบใจ แถมมักจะเผลอเลือกอาหารไม่ดีอีกด้วยลองนึกดูสิว่ามันกี่ครั้งกี่หนแล้วที่ คุณเอื้อมไปหยิบช็อกโกแลตแท่งหรือถุงชิป
เวลาเครียด ?ท้ายสุดความเครียดเรื่องความก้าวหน้าในการงานอาจชักนำไปสู่น้ำหนักที่เพิ่ม พรวดได้ การค้นคว้าล่าสุดจากอังกฤษพบว่าไปกระตุ้นการผลิตความเครียดทางสมองเพิ่มขึ้น อีก 10 % ซึ่งเชื่อมโยงกับระดับการมีน้ำหนักตัวที่อ้วนเกินพิกัด
วิธีจัดการหนทางเดียวที่จะหนีผลกระทบความเสียหายจากความเครียดคือเรียน รู้วิธีจัดการซะ เพิ่มระดับความอดทนและพัฒนากลยุทธ์เพื่อให้สถานการณ์คลายเครียดลง จัดหาเวลาให้ตัวเองเพื่อลดความเครียด ถ้าคุณเป็นคนกินตามอารมณ์ อย่าเก็บอาหารแย่ๆเอาไว้ใกล้ตัวที่โต๊ะทำงานหรือที่บ้าน เพราะถ้าคุณรู้สึกอยากกินก็ขอให้มันอยู่ไกลสักหน่อย เพราะกว่าจะไปซื้อมากินได้ คุณอาจสงบสติหรือลดความอยากลงแล้วก็ได้ ดังนั้นเก็บของว่างเพื่อสุขภาพเอาไว้ใกล้มือให้พร้อมสำหรับทุกโอกาสดีกว่า
เวลา คุณยุ่งในที่ทำงานหรือวิ่งพล่านจากการประชุมอันนึงไปอีกอันจนอาหารไม่ตกถึง ท้อง หรือการใช้เวลาหลายชั่วโมงนั่งอยู่ที่โต๊ะจนเผลอเอื้อมมือไปหยิบอะไรที่กิน ได้เข้าปาก แน่นอนว่าเมื่อถึงตอนที่หน้ามืดอะไรๆ ที่กินได้ คุณก็จะกินซะมากมาย
-ของกินบนโต๊ะ ใกล้มือ
จากการศึกษาหนึ่งในอเมริกากับพนักงานออฟฟิศสาว คนที่ไม่อ้วนคือคนที่วางช็อกโกแลตไว้บนโต๊ะห่างออกไปสองเมตร ส่วนคนที่อ้วนคือคนที่เอาช็อกโกแลตไว้ที่โต๊ะซึ่งเธอกินช็อกโกแลตมากกว่าคน ที่ต้องลุกขึ้นเดินไปสองเมตรเพื่อหยิบมากิน นี่แสดงให้เห็นว่าแค่การกระทำใดก็ตามซึ่งต้องออกแรงกับเรื่องอาหารการกิน นั้นก็สามารถช่วยให้เรากินน้อยลงได้ การศึกษาอีกอย่างหนึ่งซึ่งเน้นไปที่คนอ้วน ดดยจะสังเกตเห็นว่ามักจะกินอัลมอนด์ถ้าแกะเปลือกแล้วมากกว่าอันที่ไม่ได้แกะ เปลือก
นอกจากเรื่องกินโดยไม่คำนึงถึงอะไรทั้งสิ้นแล้ว ที่สังเกตได้อีกอย่างคือเรามักดื่มโดยไม่สนอะไรทั้งสิ้นในที่ทำงาน แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องของแอลกอฮอล์ แต่เป็นในรูปแบบของกาแฟ ลาเต้ คาปุคชิโน ซึ่งมีนมและน้ำตาลกับน้ำเชื่อมเพียบ แถมยังถ้วยใหญ่ ไซส์บิ๊ก กาแฟซื้อกลับมากินที่ทำงานอาจมีขนาดใหญ่ถึง 600 มล. ซึ่งตีความเป็นแคลอรีได้ นี่คือเหตุผลสำคัญที่เราไม่ควรกินตลอดวัน เพราะมันคือแคลอรีที่เสริมเข้ามาและนำไปสู่น้ำหนักตัวเพิ่ม
วิธีจัดการ กฎแรกคือเก็บอาหารให้พ้นตาและพ้นใจด้วย วางผลไม้กับน้ำไว้บนโต๊ะแต่เก็บอย่างอื่นไว้ในลิ้นชักหรือในครัว ในครัวให้เก็บไว้ในโถจะได้มองไม่เห็นจ่อจมูกคาตา ส่วนในลิ้นชักต้องไม่ใช่โต๊ะทำงานนะ จำกัดตัวเองให้ดื่มกาแฟแก้วขนาดปกติวันละแก้วเดียวเท่านั้น เลี่ยงกาแฟแก้วขนาดใหญ่ ค่อยๆ ใช้เวลาจิบอย่างเชื่องช้าเอร็ดอร่อยแทนการซดโฮกหรือดูดปืดเดียวหมดจนต้อง สั่งอีกแก้ว
ขอบคุณ นิตยสาร sliming
|